หน้าแรก
เกี่ยวกับเรา – ประวัติความเป็นมา
– Corporate Social Responsibility (CSR)
– รางวัลแห่งความภาคภูมิใจ
บริการ
ตัวอย่างผลงาน – หนังสือปกแข็ง
– หนังสือเล่ม
– รายงานประจำปี
– ปฏิทิน
– วารสารและจดหมายข่าว
– แค๊ตตาล็อก โบรชัวร์ แผ่นพับ
– บรรจุภัณฑ์
ความรู้เรื่องงานพิมพ์ – ความหมาย และความเป็นมาของกระดาษ
– วิวัฒนาการของการพิมพ์
– กระบวนการผลิตสิ่งพิมพ์
– ความสำคัญของค่าสี RGB และ CMYK
– COLOUR CHART กับโรงพิมพ์
– งานพิมพ์สีเขียว (Green Printing Knowledge)
แผนทิี่ / ติดต่อเรา – สำนักงานกรุงเทพฯ
– โรงพิมพ์สินสาคร

เรื่องของสีในการจัดทำสื่อสิ่งพิมพ์นั้น เรามักประสบปัญหาว่าทำไมงานพิมพ์จริงที่พิมพ์จากเครื่องพิมพ์ระบบออฟเซ็ตจึง มีสีบางสีในภาพพิมพ์ผิดเพี้ยนไปจากภาพที่เห็นบนจอคอมพิวเตอร์เวลาออกแบบ อีกทั้งยังเจอะเจอคำว่า RGB และ CMYK นั้นคืออะไร แตกต่างกันอย่างไร และจะเลือกใช้อย่างไรเพื่อประโยชน์ในการจัดทำสิ่งพิมพ์ และนำไปใช้ในการสื่อสารกับโรงพิมพ์ ตลอดจนป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากความเข้าใจที่ไม่ตรงกัน

แสงสีและหมึกพิมพ์ภาพที่เรามองเห็นจากจอคอมพิวเตอร์เป็นภาพที่เกิดจาก แหล่งกำเนิดแสงของแสงสี 3 สี คือ แสงสีแดง (Red) แสงสีเขียว (Green) และแสงสีน้ำเงิน (Blue) เรียกย่อว่า RGB ซึ่งเป็นแม่สีของแสง แสงสีทั้งสามจะส่องมาที่จอภาพ และเกิดการผสมของแสงสี ณ จุดแต่ละจุดบนจอตามปริมาณของแสงที่ต่างๆ กัน ทำให้เกิดเป็นสีต่างๆ มากมายบนจอ monitor และเมื่อแสงสีทั้งสามมาผสมกันด้วยปริมาณแสงที่เท่ากันจะเกิดเป็นแสงสีขาว เรียกว่า Additive Primary Colors

ส่วนภาพพิมพ์ที่ปรากฏบนแผ่นกระดาษขาวเป็นภาพที่เกิดจากการที่แสงสีขาว ส่องทะลุชั้นของหมึกพิมพ์ 4 สี คือ สีเหลือง (Yellow) สีชมพู (Magenta) สีฟ้า (Cyan) และสีดำ (Black) สะท้อนผิวกระดาษขาวแล้วจึงเข้าสู่ตาของเรา สีทั้งสี่เมื่อมีปริมาณของหมึกแต่ละสีต่างกันในบริเวณเดียวกันจะทำให้เกิดเป็นสีต่างๆ มากมาย สีทั้งสี่ซึ่งเรียกย่อว่า CMYK ถือเป็นแม่สีสำหรับการพิมพ์ ตามทฤษฎีแล้ว เมื่อนำหมึก 3 สี คือ สีเหลือง สีชมพู และสีฟ้ามาทับกัน จะได้เป็นสีดำ จึงเรียกว่า Subtractive Primary Colors แต่ในความเป็นจริงเมื่อนำ 3 สีดังกล่าวมาทับกันจะได้สีเทาน้ำตาล ซึ่งเป็นเพราะความไม่บริสุทธิ์ของสารที่นำมาทำหมึก ดังนั้น ในการพิมพ์จึงต้องนำหมึกสีที่ 4 คือสีดำมาช่วย เราจึงเรียกว่าเป็นการพิมพ์ 4 สี

อาณาบริเวณของสี (Gamut) ใน ค.ศ. 1928 W.D. Wright และ J. Guild ได้ประสบความสำเร็จในการตรวจวัดคลื่นแสง ซึ่งต่อมาได้มีการจัดทำผังที่เรียกว่า Color Spectrum Chart ผังดังกล่าวจะแสดงสีทั้งหมดที่ตามนุษย์สามารถรับรู้ได้ เมื่อทำการจัดอาณาบริเวณของสีที่ปรากฏได้ในระบบ RGB (RGB Gamut) มาเทียบกับอาณาบริเวณของสีที่ปรากฏได้ในระบบ CMYK (CMYK Gamut) บน Color Spectrum Chart จะพบว่ามีบริเวณที่เหลื่อมกันอยู่ นั่นคือหากมีการแปลงค่าของสีบางสีที่สามารถแสดงได้ในระบบ RGB แต่อยู่นอกบริเวณของสีในระบบ CMYK จะไม่ได้ค่าของสีเดียวกันในระบบ CMYK ด้วยเหตุดังกล่าวสีบางสีของภาพที่เห็นบนจอ monitor เมื่อนำไปพิมพ์บนกระดาษแล้วจะได้สีที่ผิดเพี้ยนไป

การเลือก color mode ในการทำงานและออกแบบโดยใช้โปรแกรมกราฟิกต่างๆ สามารถเลือกใช้ได้ทั้ง RGB color mode หรือ CMYK color mode ก็ได้ แต่ถ้าใช้ RGB color mode ก่อนส่งให้โรงพิมพ์ให้แปลง file งานเป็น CMYK color mode และให้ตรวจดูคุณภาพของภาพและสีสัน ประโยชน์ของการทำงานในระบบ RGB คือ ขนาดของ file งานในระบบ RGB มีขนาดเล็กกว่า file งานในระบบ CMYK ด้วยขนาด file ที่เล็กกว่าจะทำให้การทำงานคล่องตัวขึ้น และอาณาบริเวณของสีในระบบ RGB กว้างกว่าในระบบ CMYK หากทำงานในระบบ CMYK จะทำให้สูญเสียค่าของสีหากนำไปใช้งานอื่นๆ เช่น นำไปใช้ใน web site นอกจากนี้ filter หลายๆ ชุดทำงานได้เฉพาะในระบบ RGB เท่านั้น หากต้องการตรวจสอบภาพในระบบ CMYK ในระหว่างทำงานก็สามารถทำได้โดยใช้คำสั่ง CMYK preview หรือ กด ‘Crtl’ กับ ‘Y’ หรือตรวจจากคำสั่ง ‘Gamut Warning’ สิ่งหนึ่งที่พึงระวังอย่างยิ่งคือ ให้หลีกเลี่ยงการแปลงกลับไปมาระหว่างระบบ RGB กับ CMYK หลายๆ ครั้ง เพราะจะทำให้รายละเอียดของภาพและสีสันของภาพผิดเพี้ยนไป
© 2012 Plan Printing Co., Ltd. All rights reserved.